ทุกเรื่องของการ “ฉีดฟิลเลอร์” ปรับรูปหน้ากับคุณหมอขนม
 

 เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

 

ทำไมต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์กับหมอขนม

คุณหมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ และการฉีดไขมันเติมเต็ม

จบแพทย์ผิวหนัง ตจวิทยา จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ เวชศาสตร์ชะลอวัยฟื้นฟูสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา

นอกจากปรับรูปหน้าให้สวยงาม คุณหมอยังเชี่ยวชาญด้านการเสริมโหงวเฮ้งที่ดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคนไข้ (ศิษย์ซินแสชื่อดังของไทย)

ใช้ฟิลเลอร์แท้จากอเมริกาและยุโรป ที่ได้รับการรับรอง สามารถตรวจสอบได้

คุณหมอ มือเบา ใส่ใจ คอยอธิบายรายละเอียดให้คนไข้เข้าใจก่อนการฉีดฟิลเลอร์ก่อนเสมอ

แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ใช้ยาน้อย ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ใช้เข็มทู่ในการฉีดเพื่อลดรอยช้ำ บวม แม่นยำเรื่องกายวิภาค มือเบา จนทำให้คนไข้แทบไม่รู้สึกเจ็บ

คุณหมอรับคนไข้จำกัดในแต่ละวัน เพื่อให้เวลาในการดูแลรักษาได้อย่างเต็มที่

 

ดูแลคนไข้ด้วยความละเอียด ใส่ใจ พร้อมให้บริการที่คุณต้องประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

ฟิลเลอร์ คือ  สารเติมเต็มผิว กลุ่มสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกว่า “HA” โดยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด จะช่วยเรื่องการกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับชั้นผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้ผิวเต่งตึง อวบอิ่ม ร่องลึกริ้วรอยเรียบเนียนยิ่งขึ้น ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย ฟิลเลอร์เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมา โดยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิวในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง การฉีดฟิลเลอร์ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ริ้วรอยร่องลึกต่างๆจึงดูตื้นขึ้นและจางลง

ประเภทของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มแบ่งง่ายๆออกเป็น 3 ประเภทหลักๆด้วยกันค่ะ

1. Temporary filler (แบบชั่วคราว) อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น ไฮยารูรอนิกแอซิด

2. Semi Permanent Filler (แบบกึ่งถาวร) สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 ปี ยาวนานกว่า มีความปลอดภัยรองลงมาจากแบบแรก เช่น แคลเซี่ยมฟิลเลอร์

3. Permanent Filler (แบบถาวร) เป็นสารเติมเต็มพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวตลอดไม่สลายไปตามธรรมชาติได้มีผลข้างเคียงในระยะยาวค่ะ ซึ่งไม่แนะนำให้ฉีดอย่างมาก

สามารถฉีดฟิลเลอร์บริเวณใดได้บ้าง ?

เราสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ทุกบริเวณ ที่เกิดข้อบกพร่อง โดยปกติฟิลเลอร์จะนิยมนำมาใช้แก้ไขปัญหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับริ้วรอย ร่องลึก เช่น บริเวณใต้ตา และร่องแก้ม หรือใช้ปรับรูปหน้า บริเวณหน้าผาก ขมับ และคาง อีกทั้งยังมีฟิลเลอร์ที่สามารถใช้ปรับปรุงคุณภาพผิวได้อีกด้วย คือ ฟิลเลอร์ที่ฉีดเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวโดยเฉพาะ เป็นฟิลเลอร์ชนิดที่มีค่าความเข้มข้นของสารไฮยาลูโรนิค แอซิดที่บางเบากว่าชนิดอื่น

 

ฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งต้องฉีดในปริมาณเท่าไหร่?

หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งต้องฉีดในปริมาณแค่ไหนถึงจะพอเหมาะและออกมาสวยงาม สรุปคร่าวๆในแต่ละตำแหน่งนั้น ใช้ฟิลเลอร์โดยประมานไม่เท่ากันิ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้าของแต่ละบุคคลด้วย คุณหมอจะประเมินได้ว่าในแต่ละตำแหน่งใช้ปริมาณฟิลเลอร์เท่าไหร่จึงจะเพียงพอ โดยรวมแล้วขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้ และปัญหาที่จะทำการแก้ไขในบริเวณนั้นๆ

 

*ขอบคุณภาพจากเพจ ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดไขมัน งานละเอียด หมอขนม

-จมูก 1 ml.

-หยดน้ำ  1 ml.

-คาง 1-2 ml.

-ปากอวบอิ่ม 1-2 ml.

-ร่องแก้ม 1-2 ml.

-เติมแก้ม แก้มตอบ 2-4 ml.

-เติมใต้ตา 1-3 ml.

-ขมับ 2-3 ml.

-ร่องลึกระหว่างคิ้ว 1 ml.

-ร่องใต้มุมปาก 1-2 ml.

 

 

ตำแหน่งฮอตฮิตในการฉีดฟิลเลอร์

เติมหน้าผาก แก้ปัญหาหน้าผากแบนไม่ได้รูป ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล มีความเชื่อที่ว่าหน้าผากนูน จะช่วยเสริมโหงวเฮ้งรับทรัพย์

เติมเต็มขมับ ขมับตอบก็แก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เติมขมับให้เต่งตึง ทำให้หน้าเข้ารูปมากยิ่งขึ้น ช่วยเสริมเรื่องโหงวเฮ้งด้วยเช่นกัน

ร่องน้ำตา ตาลึก แก้ปัญหาบริเวณตา เติมเต็มให้ร่องใต้ตาและริ้วรอยบริเวณตา ริ้วรอยแห่งวัย(ตีนกา)

ร่องแก้ม หรือ รอยร่องน้ำหมาก จุดที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัย เติมฟิลเลอร์บริเวณนี้แล้วทำให้หน้าดูเด็กอ่อนเยาว์

แก้ม ฉีดแก้ไขเพื่อทำให้หน้าดูอวบอิ่มขึ้น เด็กขึ้น ยกกระชับใบหน้าด้วย ให้หน้าดูเรียวมากขึ้น

คาง คางสั้น คางไม่ได้รูป หน้ากลม ฉีดแก้ปัญหาโดยการเพิ่มคางให้เรียวสวย v shape

ฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับสภาพผิว ช่วยแก้ปัญหาผิว นอกจากเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกตามจุดต่างๆ การฉีดฟิลเลอร์ช่วยทำให้ใบหน้าเต่งตึงมีน้ำมีนวล เป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมา

 

 

แบรนด์ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองในประเทศไทย(อย.ไทย)

ในปัจจุบันก็มีฟิลเลอร์หลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นด้วยกัน ราคาก็แตกต่างกันไป ยี่ห้อที่ผ่านการรับรองในประเทศไทย และเป็นที่นิยม ซึ่งก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน สำคัญอย่าลืมปรึกษาคุณหมอและเลือกให้เหมาะกับปัญหาที่จะแก้ไข

1. juvederm นำเข้าจากอเมริกา แบรนด์นี้บอกเลยว่าการันตีคุณภาพมายาวนาน ซึ่งตัวของฟิลเลอร์ ของจูวีเดิร์มนั้น ก็มีหลากหลายรุ่นให้เราเลือกใช้ ตามความเหมาะสมของแต่ละส่วน

  • voluma filler เน้นใช้กับคาง,ขมับตอบ,หรือการฉีดลิฟติ้งยกใบหน้า
  • volift filler ใช้สำหรับแก้ไขร่องลึกและรอยย่น อันเนื่องมาจากสภาวะต่างๆ เช่นการแก่ก่อนวัย
  • vobella filler ทำมาเพื่อใช้สำหรับ ฉีดปากอิ่มน้ำ เรียกว่าได้รับความนิยมอย่างมากเลยทีเดียวในปัจจุบันหรือสามารถใช้ฉีดใต้ตาก็ดูสวยเป็นธรรมชาติ
  • volite filler ใช้สำหรับเติมเต็มรอยที่ผิวหนัง เพื่อแก้ไขลักษณะของผิวหนัง เช่น เติมความยืดหยุ่นให้ดีขึ้น

2. beletelo filler หรือ colourful filler จากสวิสเซอร์แลนด์  ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะราคาไม่แพงจับต้องได้

3. Restylane filler จากสวีเดน ก็เป็นฟิลเลอร์อีก 1 ตัวที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก การันตีจากอย FDA อเมริกา  และ CE MARKS จากยุโรป

4. Perfecta filler new generation จากฝรั่งเศส ผ่านการตรวจรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไทย และต่างประเทศ

  • Perfectha Subskin กล่องสีเหลือง เหมาะกับการเติมริ้วรอยตื้นทั่วใบหน้าเช่น แก้ม บริเวณใต้ปากเหี่ยว ใช้เป็นทรีทเม้นเติมริ้วรอยเหี่ยวย่นรอยพับและผิวส้ม รอบใบหน้าให้เต่งตึง
  • Perfectha Deep กล่องสีชมพู เหมาะกับผิวหนังชั้นลึก ใช้แก้ไข ริ้วรอยลึก ร่องแก้ม เติมคางวีเชฟ เติมเนื้อแก้ม ยกมุมปากตก เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม รวมถึงร่องลึกอื่นบนใบหน้า
  • Perfectha Complement กล่องสีม่วง เหมาะกับการฉีดบริเวณผิวหนังตื้น ตำแหน่งที่เหมาะคือ การเติมริ้วรอย ตื้นๆ เช่นใต้ตา

5. Nearamis filler จากประเทศเกาหลี น้องใหม่ล่าสุด ราคาประหยัด ซึ่งตอนนี้ผ่านการรับรองในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

 

การเลือกฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์คุณภาพ

ในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ฟิลเลอร์ที่เราฉีดเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ ? การฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งเราสามารถขอเอกสารกำกับยา ของฟิลเลอร์ที่เราฉีดได้ โดยเอกสารกำกับยาที่ถูกต้องจะต้องเป็นเอกสารกำกับยาภาษาไทยเท่านั้น เพราะแปลว่าได้รับการรับรองและตรวจสอบมาตรฐานโดยองค์การอาหารและยาประเทศไทย ฟิลเลอร์ปลอม ที่ฉีดแล้วไหลย้อย หรือเป็นก้อนแข็ง(ซิลิโคนเหลว) ฉีดแล้วไม่สลาย หรือสลายไวอยู่ได้ไม่นาน เป็นจากของปลอม ฟิลเลอร์ถ้าใช้ของแท้ ให้สังเกต ก่อนฉีดแกะกล่อง แกะหลอดเสมอสามารถเช็คเลขLot กับทางบริษัทได้ มีรายละเอียดคลินิกที่รับสินค้าชัดเจน  เพราะฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายได้ทั้งหมด 100% และไม่มีผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเราภายหลัง

สำหรับกรณี ของแท้จากต่างประเทศ แต่ลักลอบหิ้วเข้ามาฉีด โดยปกติกระบวนการเก็บ ในกระบวนการหิ้วฟิลเลอร์หนีภาษีจากต่างประเทศนั้น ต้องขนส่งหลายต่อ จากบริษัท-พ่อค้า-คนไข้-หมอที่รับฉีด อาจทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมไม่ได้คุณภาพครับ แต่ถ้าฉีดที่คลินิก ก็ส่งแค่ บริษัท-หมอ โดยขนส่งถูกกฏหมาย ฟิลเลอร์จะไม่เสื่อมสภาพและคนที่ซื้อมาขายต่อต้องซื้อฟิลเลอร์ไปในปริมาณมากๆ เพื่อให้ราคาถูก ทำให้ต้องเก็บเอาไว้นาน(สังเกตจากวันผลิตหมดอายุ) จะทำให้คุณภาพไม่ดี หรือบางlotเป็นที่ยาเสื่อม โดนความร้อน ก็ถูกนำมาปล่อยขายออกโดยผ่านวิธีแบบนี้ก็มี ไม่มีบริษัทรับประกัน ฉีดแล้วจะอยู่ได้ไม่นานและทำให้ดื้อยา

 

 

ระยะเวลาของฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ส่วนใหญ่มาตรฐานของฟิลเลอร์แล้ว จะมีอายุของตัวยาอยู่ได้ 12-18 เดือน เพราะ สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง แต่สิ่งที่ควรระวังคือ หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

 

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

1.ควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน และวิตตามินอี

2.หากต้องทำการเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรทำก่อนอย่างน้อย 3 วัน เพราะหลังจากฉีดฟิลเลอร์ต้องงดเป็นเวลา 2 อาทิตย์

3.งดดื่มแอลกฮอล์ และ กิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกาย cardio เป็นเวลา 24 ชม.ก่อนทำ

 

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์

1.ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 34 ชั่วโมง และช่วง 12 ชั่วโมงแรก ห้ามแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด

2.ห้ามออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก หรือสัมผัสความร้อนด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งห้ามถูหน้าแรงๆ ด้วยเช่นกัน

3.ควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 12 แก้ว เพื่อความชุ่มชื้นและให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูขึ้น

 

อาการข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์

อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำการฉีดฟิลเลอร์เป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หาก 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์คลินิกที่ได้ทำการรักษาหากฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นเป็นฟิลเลอร์แท้จะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย ไม่เกิดกลายไหลย้อยหรือฟิลเลอร์ผิวรูป แต่อาการข้างเคียงที่เกิดจากเทคนิคแพทย์ก็อาจจะเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับบริการจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

 

สลายฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์ ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ เป็นการใช้เอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ( Hyarulonidase :HYAL) ซึ่งเอ็นไซม์นี้จะช่วยย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยารูลอนิกแอซิด Hyaluronic Acid: HA  สามารถสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่ทำมาจากกรดไฮยาลูรอนิกเท่านั้น ไม่สามารถเห็นผลได้กับฟิลเลอร์กลุ่มอื่น เช่น ซิลิโคน หรือ พาราฟิน ซึ่งมีผลเสียอย่างมากในระยะยาว ไม่แนะนำให้ฉีด เพราะ ไม่สลายเองตามธรรมชาติและไม่มีสารตัวใดสลายฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้ หากต้องการเอาออก ต้องทำการขูดออกเท่านั้น 

  

 

 

Roselin Wellness Center 

50/2 สุขุมวิท 63 พระโขนงเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร ติด BTS เอกมัย  

ติดต่อปรึกษาปัญหาฟรี

Tel. 091-010-9379