ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ปัญหาแบบไหนที่ควรฉีด

 

รู้มั้ยคะ? วันๆหนึ่งคนเรากะพริบตามากกว่า2ล้านครั้ง/วัน อีกทั้งทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวตามไปด้วย พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิด “เส้นริ้วรอย ร่องใต้ตา” ตามมา

 

เลยเป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคน แต่แน่นอนค่ะว่าเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ทุกคนไม่สามารถห้ามได้ ไม่นับรวมสาเหตุอื่นๆอีกเช่น กรรมพันธุ์ การใช้ชีวิตแต่ละวัน

 

 สภาพแวดล้อม ยิ่งผิวหนังบริเวณดวงตานั้นบอบบางมากอยู่แล้ว ปัญหารอบดวงตาก็เกิดได้เสมอค่ะ

 

 

ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับปัญหารอบดวงตา?

 

เคยได้ยินคำนี้กันมั้ยคะ “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” เรียกได้ว่าดวงตาก็เป็นเหมือนอวัยวะสำคัญบนใบหน้า ที่เอาไว้ใช้สื่ออารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์

 

 

รวมถึงเวลาเราพูดคุยกับใครก็ตามต้องใช้สบตาเพื่อสื่อความหมาย สื่อถึงบุคลิคภาพของเราได้ด้วยค่ะ หากเรามีดวงตาที่ไม่สดใส มีปัญหารอบดวงตาเช่นใต้ตาดำคล้ำ มีริ้วรอย ตีนกา

 

 

ยังเป็นตัวชี้วัดได้อีกว่าเรากำลังมีปัญหาที่อาจจะเกิดจากความเครียด  หรือปัญหาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

 

ปัจจุบันทางเลือกแก้ปัญหารอบดวงตามีให้เลือกมากมายค่ะ ซึ่งก็คือการ “ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา” นั่นเองเป็นหนึ่งในวิธีแก้ที่นิยมทำกัน

 

แต่ต้องเป็นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยสารเติมเต็มของ ไฮยารูลอนิก แอซิด (HA) ถึงจะช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาคล้ำ รอยยับย่น รวมถึงแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างปลอดภัย

 

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี และปัญหาแบบไหนที่ควรฉีด ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

 

 

 

ปัญหาใต้ตาแบบไหนที่ควรฉีดฟิลเลอร์?

 

1. ริ้วรอยรอบดวงตา

เส้นริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาที่ชัดเจน ร่องตีนกา ปัญหานี้สามารถเติมฟิลเลอร์ให้ผิวตื้นขึ้นดูเรียบเนียนขึ้นได้ค่ะ

 

2. ร่องน้ำตาชัด

หากมีเส้นที่ลงมาจากหัวตา จะทำให้ใต้ตาดูมีวงคล้ำ จะดูเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน โทรม ก็สามารถแก้ด้วยฟิลเลอร์ทำให้ร่องน้ำตาตื้นขึ้น ตาดูสดใสขึ้นได้ค่ะ

 

3. ถุงใต้ตาย้อย

ปัญหาถุงใต้ตาทำให้ดูมีอายุ แม้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่กำจัดถุงใต้ตาให้ออกไปได้ แต่จะทำให้ผิวตรงนั้นดูเรียบเนียนขึ้น ราวกับว่าถุงใต้ตาดูลดลงค่ะ

 

4. เบ้าตาลึก

ถ้าเกิดมีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล การฉีดฟิลเลอร์ก็จะช่วยเติมให้ผิวใต้ตาดูเต็มขึ้นสดใสขึ้นค่ะ



ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

 

ก่อนจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องคำนึงก่อนว่าเป็นปัญหาชนิดที่ทาครีมหรือบำรุงเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้นจึงจะฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งข้อดีก็คือสามารถเห็นผลทันทีที่ฉีด

 

ฉีดแล้วทำให้ดวงตาดูอิ่มเต็มมากขึ้น แต่ความเสี่ยงก็มีค่ะ ก็คืออย่าให้โดนเส้นเลือดที่มีจุดเชื่อมกันกับเลือดที่มาหล่อเลี้ยงดวงตาเด็ดขาด

 

เพราะฉะนั้นตรงนี้คุณหมอที่เลือกฉีดต้องมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก หากไม่ได้รับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจากคุณหมอที่มีความชำนาญในด้านนี้โดยเฉพาะแล้วล่ะก็จะได้รับอันตราย

 

ดวงตาดูไม่สวย บริเวณที่ฉีดนูนเป็นก้อนๆ อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นตาบอดได้เลยค่า

 

ใช้ฟิลเลอร์ตัวไหนดี?

ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและแพทย์นิยมใช้ในปัจจุบันคือสาร ไฮยารูลอนิก แอซิด (HA) เท่านั้นค่ะ

 

โดยไฮยาลูรอนิกเป็นฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน มีลักษณะโมเลกุลคล้ายกับสารไฮยาลูรอนิกแอซิดในร่างกายของเรา ทำให้มีโอกาสแพ้ได้น้อย

 

สามารถย่อยสลายได้เองประมาณ 6เดือน-2ปี  ฟิลเลอร์ HA ที่ไทยมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพค่ะ

 

หลังฉีดมาแล้วหากผิดปกติจะเช็คยังไง?

 

 

 

อาการผิดปกติสามารถเช็ดได้ง่ายๆหากมีอาการดังต่อไปนี้ค่ะ

มีอาการบวม ม่วง แดง และปวดมากผิดปกติ

 

ผิวหนังแข็งเป็นก้อนๆ จับแล้วรู้สึกถึงความผิดปกติ

 

ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเริ่มซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำที่ไม่ได้มาจากรอยเขียวช้ำจากเข็ม อาการเหล่านี้ถ้าไปพบแพทย์เร็วก็สามารถยับยิ้งได้เร็วค่ะ

 

อย่าปล่อยให้ลุกลาม ฉะนั้นหากรู้สึกผิดปกติให้รับติดต่อกับแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ให้โดยทันทีค่ะ

 

“ เพราะฉะนั้นเลือกแพทย์ที่คำนึงถึงความสะอาด

 

ปลอดภัย และมีความชำนาญในด้านนี้เป็นพิเศษจะดีที่สุดค่ะ ”



 

ที่ “Roselin Wellness Center” มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 

พร้อมยินดีให้บริการและแก้ปัญหาจุดบกพร่องของคุณด้วยฟิลเลอร์แท้มีคุณภาพ ผ่านการรับรองว่าปลอดภัย ใส่ใจทุกรายละเอียด

 

โดย พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (คุณหมอขนม)  มีดีกรีจบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตทางด้านผิวหนังโดยตรง

 

และยังคว้า American board of anti-aging medicine อีกทั้งยังเชี่ยวชาญด้านการดูแลทั้งผิวพรรณและสุขภาพแบบองค์รวม

 

พร้อมยินดีแก้ไขปัญหาใต้ตาของคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์ในแบบที่คุณต้องการค่ะ

 

Roselin Wellness Center

 

50/2 สุขุมวิท 63 พระโขนงเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร ติด BTS เอกมัย

 

ติดต่อ http://roselinwellnesscenter.com/th

 

Tel. 091-010-9379

 

คลิกเพื่อปรึกษาคุณหมอทันที